ไปโรงพยาบาลเทพสถิต ... " พี่มาหาผมด้วย " .. 46 กม. ... เครือข่ายการทำงาน... ออกแบบห้องแม่ข่าย พร้อมอุปกรณ์แม่ข่ายหลักอินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์กระจายสัญญาณหลักตามขนาด พร้อมเชื่อมต่อสัญญาณด้วยสายใยแก้วนำแสงระหว่างห้องแม่ข่ายหลักและห้องแม่ข่ายสำรอง(แม่ข่ายหลักปัจจุบัน) ... มาตรฐานที่ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นหน่วยบริการที่มีขนาดใหญ่ ควรจะมอง ที่มาตรฐาน HA และการออกแบบ วางโครงสร้างให้ถูกต้องตามหลัก ระบบก็จะมีความเสถียรและปลอดภัย ตามความสามารถและงบประมาณที่มี... Database 23GB RAM 4GB .... ผู้ป่วยรับบริการ 200-300 คน... " ระบบผมก็ช้า ในช่วงเวลานั้นจริงๆๆ "
Community of Learning Technology Nongbuadaeng District Chaiyaphum
Document
- หน้าแรก
- Download
- Document
- WebLink
- ปฏิทินกิจกรรม
- Custom Report
- Table HosXp
- SQL Query
- Biker
- Cloud
- TooL Life
- Administrator
- JGreatSound-Cal
- Programing
- Health
- My Home
- il-tea2014
- WiFi QR
- ตรวจสอบไอพี
- เอกสารอบรม
- ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์
- EdrawMaxView
- SkyLane
- บันทึกงานประจำวัน 2561
- GenQR
- Data Correct
- สพธอ
- NodUpdate
- PCC_LINK
- TEST_WORK
- กิจกรรมรายวัน
- Short URL
- สาระน่ารู้
- MobileApp
- MOVIE ผ่อนคลาย
วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2563
ออกแบบ ห้องแม่ข่าย รพ.เทพสถิต By พี่เชาวลิต ทอนสูงเนิน
ออกแบบคร่าวๆ ก่อน ลงรายละเอียด สำหรับโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง..
ห้องแม่ข่ายหลัก(Master Server )และ ห้องแม่ข่ายสำรอง(Slave Server) พร้อมแม่ข่ายกระจายสัญญาณหลัก(Core Switch )และแม่ข่ายหลักอินเตอร์เน็ต(Firewall) พร้อมเพิ่มความสามารถในการประมวลผลข้อมูลใน IBM x3650M5 x 2 ชุด ...Server Replicate ( Real-time) ....
" ผมสงสัย ว่าระบบผมช้าได้อย่างไร ในช่วง 10-12.00 น. " เป็นเรื่องปกติที่ต้องช้า ... เพราะระบบไม่ใช้มีเฉพาะโปรแกรม Hosxp หรือ Server ดีๆๆ หรือ Network ดีๆๆ ... ทุกอย่างต้องเข้ากันได้ เป็นอย่างดี จึงจะทำงานได้ ดี .... หลักสำคัญในระบบมีอยู่เพียง 3 อย่าง ... ซึ่งสามารถแก้ไขให้เร็วได้ เหมือนกันทุกช่วงเวลา
#ความรู้_คู่แแอดมิน_รพ. #5 By พี่เชาวลิต ทอนสูงเนิน
ท่านสาธารณสุขอำเภอ ท่านหนึ่ง ... ถามเรื่องการทำ VPN แบบ Site to Site เชื่อมหน่วยบริการ เพื่องานพัฒนาด้านข้อมูล โดยใช้อุปกรณ์ Router ทั้งต้นทางและปลายทาง ระหว่าง โรงพยาบาลและ รพ.สต. .. คำถามนี้ ถือว่ามีประโยชน์มาก ต่อผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์โรงพยาบาลในการพัฒนาด้านข้อมูลหน่วยบริการทั้งอำเภอ....
ด้วยท่าน สสอ. ท่านนี้ มีบ่อปลา อยู่แล้วและเลี้ยงปลาด้วย จึงได้อธิบายอย่างง่ายๆเพื่อความเข้าใจตามรูป
มีบ่อปลา 5 บ่อ ในแต่ละบ่อมีการต่อท่อขนาด40 นิ้วถึงกัน ตามภาพแล้วถามกลับไปหาท่าน เพื่ออยากรู้คำตอบ ด้วยคำถามที่ว่า
1. ท่านคิดว่าปลาแต่ละบ่อของท่าน จะว่ายไป-มา หากันหรือไม่ ?
2. ถ้าบ่อปลาท่าน มีบ่อหนึ่งมีปลา ปิลันย่า คิดว่า ปลาแต่ละบ่อจะถูกกัดหรือไม่ ?
ถ้าคุณเป็นผู้ดูแลระบบ โรงพยาบาล คุณคิดว่า ท่านสาธารณสุขอำเภอ ท่านนี้จะตอบอย่างไร ... และในความรู้เกี่ยวกับการเชื่อมระบบโครงข่ายด้วย VPN ( Virtual Private Network ) ท่านคิดว่า ควรจะทำอย่างไร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในด้านการพัฒนาข้อมูลอย่างปลอดภัยภายในอำเภอ ณ ปัจจุบัน ที่ได้รับมอบหมาย...ในรูป ถ้าปลาเลี้ยงหมายถึงข้อมูล จากผู้ใช้งาน และปลาปิลันย่าหมายถึง สแปม โทรจัน ( CryptoCerrency ) ฟิชชิ่ง ไม่ใช่ไวรัส
#ความรู้_คู่แแอดมิน_รพ. #4 By พี่เชาวลิต ทอนสูงเนิน
#ความรู้_คู่แแอดมิน_รพ. ส่วนที่ 2 ช่องทางรับ-ส่ง ข้อมูล
ตอนที่1 เรื่องช่วงเวลาคับคั่งในระบบโรงพยาบาลการออกแบบระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในโรงพยาบาล เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาการใช้ปริมาณข้อมูลสูงสุดในการรับ-ส่ง ข้อมูล ระหว่างผู้ใช้ข้อมูลและ เครื่องแม่ข่าย การหาค่าปริมาณสูงสุด จึงเป็นวิธีเดียว ที่จะสามารถประเมินประสิทธิภาพ ความต้องการสูงสุด ในการรับ- ส่ง ข้อมูลและประสิทธิภาพของระบบโดยรวมได้ และเมื่อได้ค่าเรียบร้อย ทางด้านระบบแล้ว ควรคิดค่าความคุ้มทุนของระบบ ไว้ประมาณ 8-10 ปีรวมถึงคำนวณเผื่อปริมาณสูงสุดในการรับ-ส่ง ข้อมูลตามระยะเวลาดังกล่าวด้วย ...
การออกแบบการรับ-ส่ง ข้อมูล ก็เสมือนการออกแบบถนน ที่ให้สามารถรองรับปริมาณรถยนต์ รวมถึงความสามารถในการรองรับน้ำหนักของรถที่วิ่งผ่าน และการจราจรโดยรวม ด้วย ... เมื่ออ้างอิงการออกแบบ การรับ-ส่ง ข้อมูล สิ่งที่ต้องคำนึง
1.ช่วงเวลาคับคั่งในระบบโรงพยาบาล
2.ปริมาณผู้ป่วยในการมารับบริการ
3.ข้อมูลผู้เรียกใช้ข้อมูลสูงสุด
4.วิธีการจัดการตามโครงสร้างพื้นฐานหลักในการเข้าถึงข้อมูล
5.รูปแบบการเชื่อมเครือข่ายตามโครงสร้างพื้นฐานเดิม
จากข้อมูลที่อ้างอิง ที่ต้องคำนึงถึง เรื่องการออกแบบนั้น ช่วงเวลาคับคั่งของระบบโรงพยาบาล จะอยู่ ช่วง 09.00-12.30 น. โดยเฉลี่ย
จากคำถาม-ชวนคิด ... บุคลากรใดในระบบโรงพยาบาลที่ใช้บริมาณข้อมูลสูงสุดในช่วงเวลาคับคั่ง ... เรียงจากมาก 2 อันดับแรก
1.แพทย์ ห้องตรวจ
2.ห้องจ่ายยา OPD
เพราะเหตุใด ... นักพัฒนาข้อมูล คงเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ... เมื่อได้ปริมาณผู้เรียกใช้ข้อมูลสูงสุดแล้ว ต่อมาต้องมาคำนวณการกระจาย โหลด เพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูล ...
การออกแบบนี้ ขออ้างอิง โรงพยาบาลนางรอง แก้ปัญหาและยังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
โรงพยาบาลนางรอง เมื่อ 7 ปีที่แล้วยังเป็นโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลในระดับ ทั่วไป มีผู้ป่วย ระหว่าง 800-1400 คน ... ซึ่งช่วงที่ทำการออกแบบแก้ปัญหา เมื่อ 7 ปี ที่แล้ว เกิดปัญหาระบบล่ม ในช่วงเวลาคับคั่ง 09.30-11.30 น. อย่างมาก ในขณะนั้นมีปริมาณผู้ป่วย มารับบริการ 800-1200 คน ...โดยหัวหน้าศูนย์คอมพิวเตอร์ในขณะนั้น คือพี่บุญเยี่ยม...และเพิ่งรู้จักกัน... และก็เหมือนเดิม เราจึงเป็นตัวเลือกท้ายสุดและสุดท้าย โดยขอโอกาส หัวหน้างานสารสนเทศโรงพยาบาลในขณะนั้นว่า " ผมขอแก้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ถ้าไม่ได้ ขอพิจารณาตัวเองในการเป็นหัวหน้าศูนย์คอม ซึ่งผมก็อยู่ด้วย " ... " นึกในใจ..เผือกร้อนเลยเรา " ได้หาปัญหาและอธิบายต้นเหตุ หลังจากนั้นทำการออกแบบ แก้ปัญหา ตามการอ้างอิง ดังกล่าว ซึ่งโครงสร้างเดิมและปัจจุบัน ยังคงเหมือนเดิมนั่นคือห้องแม่ข่าย กับ อาคาร OPD ในการรับบริการผู้ป่วย อยู่ห่างกัน ประมาณ 350 เมตร ผลการแก้ปัญหา...สำเร็จ ระบบเร็วไม่ล่ม ใช้งานมาได้ดีจนถึงปัจจุบัน เพียง 60,000-70,000 บาท ... การออกแบบโครงสร้างทั้งระบบ มุ่งเน้นเรื่องการแก้ปัญหา ให้ได้ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้น ได้ออกแบบการพัฒนาระบบให้มีความเป็นมาตรฐานโดยใช้เวลา 3 ปีค่อยๆทำ ตามงบประมาณแต่คงไว้ซึ่ง มาตรฐานจากองค์กรใหญ่ ตามประสบการณ์ในขณะที่ทำงานอยู่ใน กทม. เช่น
ห้องแม่ข่ายกระทรวงวิทย์ ห้องแม่ข่าย TOT CAT AIS Dtac True BTS กรมการปกครอง แบงค์ชาติ สบทร.. และอื่นๆ อีกมากมาย ... ดังนั้นการยกระดับ มาตรฐานให้โรงพยาบาล รวมถึงการเข้าแก้ปัญหา ระบบเครือข่ายให้มีมาตรฐานมากขึ้นทั้งเรื่องงบประมาณและความเสถียร จึงมีความจำเป็น...
ความรู้และประสบการณ์ นั้นสำคัญ ในการพัฒนาระบบโดยรวม ให้มีความเสถียร ลดระยะเวลารอคอยของผู้ป่วยในการรับบริการ ให้น้อยลง จึงเป็นอีกวิธีหนึ่ง ... โรงพยาบาลนางรอง จึงเป็นโรงพยาบาลแรก ก่อนได้รู้จัก
โรงพยาบาลและ รพ.สต. ในโคราชทั้งหมด ในเวลาต่อมา ...จนปัจจุบัน ได้รู้จักและเข้าถึง โรงพยาบาลมาแล้ว 40 กว่า รพช. และ 400 กว่า รพ.สต.
#ความรู้_คู่แแอดมิน_รพ. #3 By พี่เชาวลิต ทอนสูงเนิน
" ถ้าฐานข้อมูล ที่ดูแลอยู่ มันโตเกิน Mysql จะรับไหว ต้องทำไงดีเอ่ย " คำถามนี้ ถามโดยพี่ไสว เจ้าหน้าที่ดูแลระบบโรงพยาบาลหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา... ถามเมื่อ 2561... เลยขอหยิบส่วนนี้ มาตอบ ซึ่งอาจจะรู้แล้วหรือยังไม่รู้ ก็ขอตอบในฐานะบริษัท...
" ฐานข้อมูลใหญ่เกิน Mysql จะรับไหว "
คำถามนี้ เป็นคำถามที่โรงพยาบาลใช้ โปรแกรม HosXP version 3 เป็นระบบ HIS ของโรงพยาบาล
คำถาม นี้ จะอยู่ในส่วน ของแหล่งเก็บข้อมูลและการประมวลผลข้อมูล
ต้องย้อนเรื่อง โปรแกรม Hosxp ทำงานในลักษณะ Client-Server หรือ 2Tier ซึ่งมีข้อจำกัดด้าน " เวลา" ในการตอบสนองผู้ใช้ข้อมูล
เมื่อมองคำถาม และมองรูปแบบการตอบสนองผู้ใช้ข้อมูล ซึ่งมีเวลาเป็นตัวกำหนด ...
1. ด้านการจัดเก็บข้อมูล ...
ตอบ : ข้อนี้ ไม่เกินปัญหาแน่นอน เพราะขนาดฐานข้อมูลที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ใหญ่สุดในระดับโรงพยาบาลประจำจังหวัด มีขนาดไม่เกิน 800 GB ( ฐานข้อมูลอย่างเดียว ไม่รวม Image Data ) ซึ่งขนาด Hardddisk สามารถเพิ่มได้มากมาย จนถึงระดับ Storage ... 12TB
2. ด้านการประมวลผล ...
ตอบ: ข้อนี้มีปัญหาแน่นอน เพราะเกี่ยวเนื่องด้วย " เวลา " ขออธิบายแยกย่อย เพื่อเข้าใจตามประสบการณ์ ดังนี้
2.1 ประสิทธิภาพเครื่องแม่ข่าย เชิงเดียว ( Stand alone Server ) ปัจจุบัน Server ICT Type 2 หรือ Type 1 สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ 2CPU และ RAM 768GB ซึ่ง สามารถรองรับ ขนาดฐานข้อมูล Mysql ได้สูงถึง 2.1TB
ดังนั้นการออกแบบ หรือเพิ่มประสิทธิภาพทางการประมวลผล ให้ดูที่เครื่องแม่ข่ายเป็นหลัก หรืออย่างน้อย ให้เพิ่ม RAM ทุกๆ 3-5 ปีต่อครั้ง ตามอัตราการโตของข้อมูล หรือ อัตราผู้ป่วยที่มา Visit ในแต่ละวัน ... สามารถเก็บสถิติได้อย่างแน่นอน .. และพยายามลบ Log ที่ไม่จำเป็นอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
2.2 ประสิทธิภาพ ในการประมวลผล ต้องปรับคุณลักษณะ ให้เพียงพอต่อขนาด record ณ ปัจจุบัน รวมถึงปรับขนาด Buffer ใน my.cnf ให้เหมาะสม ตามขนาดข้อมูล และประสิทธิภาพของเครื่องแม่ข่าย ( RAM )
2.3 ประสิทธิภาพ ในการส่งผ่านข้อมูล เมื่อมีข้อมูลในฐานข้อมูล ที่มากกว่า 120 GB ขึ้นไป ควรมีการปรับค่า Frame rate ให้มากตามไปด้วย โดยปกติ ค่า Frame Rate อยู่ที่ 1500 ฺ Byte ซึ่งปัจจุบัน จะมีค่าสูงตั้งแต่ 9,000-10,280 byte
2.4 การเพิ่มประสิทธิภาพเชิงระบบ หรือการทำ Replicate-Server แบบ Mater to Master การปรับปรุงระบบในลักษณะนี้ อาจจะเป็นเพราะข้อจำกัดทางด้าน Server เดิมอาจจะอายุหลายปี การเพิ่มหรือหาอะไหล่ ได้ยากในเรื่อง ของ CPU และ RAM ก็ทำการปรับเปลี่ยนจากการสำรองข้อมูลแบบ Real-time Replicate Server ( Master to Slave ) เป็น Master to Mater เพื่อคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพเดิม และให้ระบบสามารถรองรับการประมวลผล ได้เร็ว มากขึ้น โดยสามารถออกแบบแยกส่วน OPD ออกจาก ส่วน IPD + Back Office และอื่นๆได้ ... กรณีนี้ จะเหมาะสมกับโรงพยาบาลตั้งแต่ 60 เตียงขึ้นไป และ มีขนาดฐาน มากกว่า 150 GB
สรุปโดยรวม ... คำถามนี้ ยังไม่เกิดปัญหา ในทางระบบ ( Hospital System ) ยังสามารถใช้งานได้อยู่ จนกว่า จะเลิกใช้งาน
#ความรู้_คู่แแอดมิน_รพ. #2 By พี่เชาวลิต ทอนสูงเนิน
#ความรู้_คู่แแอดมิน_รพ.
การทำงานของนักพัฒนาข้อมูล และหาวิธีการในการแก้ไข ข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ต่างที่ ในปัจจุบัน จะมีการทำในหลายรูปแบบ โดยจะมีความปลอดภัยเป็นเป้าหมายสูงสุด แต่เนื่องจากประสบการณ์ของผู้ดูแลระบบ ยังไม่เคยจับงานด้านนี้ จึงอยากแนะนำ ในเรื่องความปลอดภัยเบื้องต้น เรื่องการเข้าถึงข้อมูล เพราะสิ่งที่เรากลัว ไม่ใช่ไวรัส เพียงแต่พวกสแปมหรือฟิชชิ่ง ต่างๆ ที่สามารถข้ามฝั่ง เจาะ พ่นออก เพื่อขบวนการในการเจาะฐานข้อมูลตามความสามารถของผู้ไม่หวังดี ... .ในความต่างของรูปที่แสดง รูปที่ 1 เรียกว่า การเชื่อมต่อ VPN แบบ Site to Site ที่ทำการเข้ารหัสท่อแบบ AES(Advance Encryption Standard) ขนาด128/192/ 256 bite ซึ่งอาจจะมาในรูปแบบ ของ Router หรือ Firewall หรือลักษณะการเชื่อมต่อแบบ MPLS ก็จะสามารถเรียกได้ว่า เป็นแบบ Site to Site .... ผู้ดูแลระบบ คงเคยมีความรู้ เรื่อง โปรแกรม MRTG หรือ IP Scan เป็นเบื้องต้น ... การข้ามเครือข่ายในระดับชั้น Networking หรือ Layer ที่3 ใน OSI Model ย่อมกระทำได้ง่าย โดยระบบ จะไม่สามารถมองเห็นการโจมตี ในระดับชั้น ที่ 5 ได้เลย ... ความเสี่ยงย่อมมีความเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ เพราะ spam มาจากผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ...
ส่วนในรูปที่ 2 เรียกว่า การเชื่อมต่อข้อมูล แบบ End to End ที่ท่อการเข้ารหัสข้อมูล จะกระทำระหว่างผู้ขอใช้ข้อมูล ไปยังเครื่องแม่ข่าย Linux โดยตรง จะมีความปลอดภัยมากกว่า... ความรู้นี้ควรวิเคราะห์ ก่อนปรับใช้ให้เหมาะสม...
จากประสบการณ์ VPN over 33.6K Modem/ ISDN / Frame-relay / ATM / Lease Line / Internet / ... ที่ ข้อมูลวิ่งขึ้นตั้งแต่ voice over IP / 4wire / FXS/FXO / AS400 ทั้ง real-time / connection request ... Protocal เหล่านี้ อาจจะเคยได้ยิน มาบ้าง สำหรับผู้ดูแลระบบ...


#ความรู้_คู่แแอดมิน_รพ. #1 By พี่เชาวลิต ทอนสูงเนิน
เรื่องระบบคอมพิวเตอร์เพื่อรองรับการใช้งานโปรแกรม Hosxp เป็นระบบ HIS หลักของโรงพยาบาล...สถาปัตยกรรมการเชื่อมต่อของโปรแกรมจะทำงานในลักษณะ Client-Server หรือเรียกอีกอย่างคือ 2Tier
ความสำคัญหลัก 2Tier อยู่ที่ "เวลา" ในการแสดงผลของ ผู้ขอใช้ข้อมูล เมื่อ "เวลา" เป็นตัวแปรสำคัญในระบบ และระบบงานโรงพยาบาลมีตัวแปรสำคัญอยู่ที่ " ช่วงเวลา " ของจำนวนผู้ป่วยรับบริการสูงสุด อยู่ในช่วงเวลา 09.00-12.00 น. ... ดังนั้นการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ต้องมีความสอดคล้องเฉพาะงานเป็นสำคัญ ( ระบบ HIS หลักโรงพยาบาล) ซึ่งไม่สามารถออกแบบในลักษณะงานอื่นอ้างอิงได้ โดยเด็ดขาด ... เช่น ระบบคอมพิวเตอร์สำหรับโรงงาน หน่วยงานด้านการศึกษา มหาวิทยาลัย หน่วยงานด้านการศึกษาโรงเรียน หน่วยงานราชการระดับจังหวัด หรือ กระทรวง .. แบบเฉพาะเท่านั้น ... ซึ่งผู้ออกแบบหรือผู้ดูแล ต้องเข้าใจ ในระบบงานนี้เป็นอย่างดี ... ยกตัวอย่างเพื่อความเข้าใจง่ายที่สุดคือ เรื่องขนาดฐานข้อมูล ...
มหาวิทยาลัยหลายๆ แห่ง ที่ไม่มีคณะแพทย์ ...จะ มีขนาดฐานข้อมูล อาจจะน้อยกว่า ขนาดฐานข้อมูลของ รพ.สต. ( โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ) ... การออกแบบของบริษัทโดยทั่วไป จึงไม่สำเร็จด้วยสาเหตุนี้ และเหตุผลอื่นๆ อีกตามรายละเอียดต่อไป...
การแยก " เวลา" เพื่อตอบสนองประสิทธิภาพสูงสุดของการแสดงผลในช่วงเวลาของการใช้งานจึงมีความสำคัญที่สุดในด้านการออกแบบระบบ ( Hospital System Desgn )
รูปแบบขบวนการในการแสดงผลข้อมูลของผู้ใช้ แบ่งแยกตามองค์ประกอบได้ 3 ส่วนหลักดังนี้
1. ส่วนผู้ขอใช้ข้อมูล
2. ส่วนเส้นทางรับ-ส่งข้อมูล
3.ส่วนแหล่งจัดเก็บข้อมูล . ตามขนาดข้อมูล
สาเหตุหลักที่ระบบ HIS ช้าจนชิน และเกิดความไม่เสถียรนั้น จากประสบการณ์ เกือบๆ 20ปีและ 9-10ปี กับระบบโรงพยาบาล รวมถึงปรับปรุงระบบตั้งแต่ขนาดฐานข้อมูล 10GB- 400 GB
พบข้อผิดพลาดกับระบบ HIS หลักๆ ดังนี้...
1. ส่วนผู้ขอใช้ขอมูล
1.1 การแบ่งระดับความสำคัญของผู้ขอใช้ข้อมูลในโรงพยาบาลเท่าเทียมกัน
1.2 การแบ่งจำนวนผู้ขอใช้ข้อมูลมีจำนวนผิดพลาด
1.3 ผู้ขอใช้ข้อมูล มีเลขกำกับแบบแปรเปลี่ยน
1.4 ผู้ข้อใช้ข้อมูลไม่ได้รับการออกแบบ.
ระบบจะเร็วหรือช้า อยู่ที่การวัดผลทางกายภาพของผู้ใช้เป็นหลัก...
จะอธิบายต่ออีก 2 ส่วนหลัก คือ
เส้นทางรับ - ส่ง ข้อมูล และ แหล่งจัดเก็บข้อมูล ตามขนาดข้อมูลและการเข้าถึง... ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้ ... ถ้าขาดการออกแบบจากองค์ความรู้เฉพาะ งบประมาณจะใช้อย่างมากมายและไม่คุ้มค่าต่ออายุของอุปกรณ์ ... ยกตัวอย่างการออกแบบถนน .. ถ้าไม่ศึกษาเรื่องจำนวนรถยนต์ ขนาดการบรรทุก ช่วงเวลาการใช้งาน ... ก็จะไม่สามารถออกแบบได้อย่างดี ... ออกแบบไปแล้ว ใช้ได้ ชั่วคราวถนนก็พัง ชาวบ้านก็ร้องเรียน ... ออกแบบแล้วรถก็ติดเหมือนเดิม...ประมาณนั้น ... เพียง 3 ส่วนหลักๆ เป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งของระยะเวลารอคอย ด้านการรักษาที่นานกว่าปกติ ...






